Ecoblue เป็นฟิล์มกรองแสงประเภท Nano Ceramic เกรดพรีเมียม ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง ทำให้เนื้อฟิล์มมีความใส เคลียร์ แต่สามารถป้องกันความร้อนจากรังสีอินฟราเรด (IR) ได้สูงมาก
ฟิล์มของเราเน้นความสมดุลระหว่าง “ความเย็น” และ “ทัศนวิสัย” โดยเนื้อฟิล์มจะไม่มีส่วนผสมของโลหะ ทำให้ไม่สะท้อนเงาหลอกตา และที่สำคัญคือมีเทคโนโลยีช่วยตัดแสงสีฟ้า (Blue Light) ในบางรุ่น เพื่อช่วยถนอมสายตาขณะขับขี่
ฟิล์ม Ecoblue สามารถป้องกันรังสีอินฟราเรด (ตัวการหลักของความร้อน) ได้สูงสุดถึง 90% – 99% (ขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือก) และป้องกันรังสี UV ได้ 99.9% ช่วยให้ห้องโดยสารเย็นเร็วขึ้นและประหยัดพลังงานแอร์
ไม่มีปัญหาแน่นอนครับ เนื่องจากฟิล์ม Ecoblue เป็นระบบ Nano Ceramic 100% ไม่มีส่วนผสมของโลหะ (Non-Reflective) จึงไม่รบกวนสัญญาณดิจิทัลทุกชนิด ทั้ง Easy Pass, GPS, สัญญาณมือถือ และรีโมทคอนโทรล
ชัดเจนมากครับ ด้วยเทคโนโลยีการจัดเรียงโมเลกุลเซรามิกที่ละเอียด ทำให้ฟิล์มมีคุณสมบัติ “มืดนอก สว่างใน” ให้ความเป็นส่วนตัวแก่ผู้โดยสาร แต่ยังคงความเคลียร์ใสเมื่อมองจากภายใน แม้ขับขี่ในที่แสงน้อยหรือช่วงฝนตก
เรามีระดับความเข้มยอดนิยมให้เลือกตามความต้องการ ดังนี้:
40% (Light): เน้นความใส เคลียร์ สบายตา
60% (Medium): ระดับมาตรฐานที่ให้ทั้งความส่วนตัวและการมองเห็นที่ดี
80% (Dark): สำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงสุดและกันความร้อนดีเยี่ยม
สำหรับการติดตั้งรอบคันรถยนต์ทั่วไป จะใช้เวลาประมาณ 2 – 4 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาดรถและการลอกฟิล์มเก่า) แนะนำให้สำรองคิวล่วงหน้าเพื่อความรวดเร็วครับ
ฟิล์ม Ecoblue มาพร้อมกับการรับประกันคุณภาพนานสูงสุด 5-10 ปี (ตามเงื่อนไขของรุ่นที่ติดตั้ง) ครอบคลุมปัญหาฟิล์มลอกล่อน, ฟิล์มบวมพอง หรือการเปลี่ยนสี
งดเลื่อนกระจกขึ้น-ลง เป็นเวลา 7 วัน เพื่อให้ฟิล์มเซ็ตตัว
ห้ามเช็ดกระจกด้วยน้ำยาที่มีส่วนผสมของแอมโมเนีย
ควรใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้้ำสะอาดเช็ดทำความสะอาดเบาๆ เท่านั้น
i-Gard X-SPF คือฟิล์มนิรภัยเกรดยานยนต์ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ หลังคาซันรูฟและ Panoramic Roof ช่วยเสริมความแข็งแรงของกระจก ป้องกันอันตรายจากการแตก พร้อมลดความร้อนและรังสี UV
จำเป็นมากครับ เพราะซันรูฟเป็นกระจกที่อยู่เหนือศีรษะผู้โดยสาร
หากเกิดการแตกจากแรงกระแทกหรืออุณหภูมิสูง ฟิล์มนิรภัยจะช่วย ยึดเศษกระจกไม่ให้ร่วงลงมา เพิ่มความปลอดภัยอย่างชัดเจน
ฟิล์มทำหน้าที่เป็น Safety Layer
เมื่อกระจกแตกร้าวหรือแตก ฟิล์มจะยึดเศษกระจกไว้กับแผ่น ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ และป้องกันเศษกระจกหล่นใส่ผู้โดยสาร
ช่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ฟิล์มสามารถสะท้อนความร้อนและกรองรังสีอินฟราเรด (IR) จากด้านบน ซึ่งเป็นจุดที่รับความร้อนสูงที่สุดของรถ ทำให้ห้องโดยสารเย็นขึ้นอย่างรู้สึกได้
เหมาะกับรถที่มี
Sunroof
Panoramic Roof
Glass Roof เต็มบาน
ทั้งรถยนต์ยุโรป รถไฟฟ้า (EV) รถหรู และรถครอบครัว
การติดตั้งฟิล์ม X-SPF ไม่กระทบต่อการใช้งานปกติของรถ
ควรติดตั้งโดยช่างผู้เชี่ยวชาญและเลือกฟิล์มที่ได้มาตรฐาน เพื่อความมั่นใจด้านความปลอดภัยและการรับประกัน
เพราะ i-Gard X-SPF ให้มากกว่าฟิล์มกันร้อนทั่วไป
ทั้ง ความปลอดภัยจากกระจกแตก + ลดความร้อนจากด้านบน + ปกป้องผู้โดยสาร เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคุณภาพระดับพรีเมียม
i-gard x-PPF คือฟิล์มกันรอยใสคุณภาพสูง (Paint Protection Film) ที่ปกป้องสีรถจากรอยขีดข่วน หินกระแทก ยางไม้ แมลง และคราบสกปรก โดยยังคงความใสและเงาของสีรถไว้ได้เหมือนเดิม
i-gard x-PPF มีคุณสมบัติ Self-Healing (ฟื้นฟูรอยเล็กได้เอง), ความทนทานสูง, กัน UV และมีสารเคลือบเงาในตัว ทำให้ปกป้องได้ดีกว่า PPF ทั่วไปที่ไม่มีระบบฟื้นฟูรอย
ได้ — ฟิล์มจะ ลดรอยขีดข่วนจากการถูกลาก กุญแจหรือเบา ๆ และรอยเล็กสามารถค่อย ๆ จางหายได้จากความร้อนหรือแดด (self-healing)
ติดตั้งได้กับ กันชนหน้า, ฝากระโปรง, ชิ้นส่วนโค้งต่าง ๆ ของรถ, มือจับ, ขอบประตู และด้านข้างตัวรถ ตามความต้องการลูกค้า
รอยเล็กสามารถ ฟื้นตัวได้เอง แต่ถ้าเป็นรอยลึกมาก ควรปรึกษาอู่หรือผู้ติดตั้งเพื่อพิจารณา เปลี่ยนแผ่นใหม่หรือซ่อมเฉพาะจุด
ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและการดูแล แต่โดยทั่วไป 3-5 ปี หรือมากกว่า หากดูแลรักษาอย่างเหมาะสม
ใช้ น้ำเปล่า + แชมพูล้างรถ pH เป็นกลาง และผ้านุ่มเช็ดเบา ๆ หลีกเลี่ยงสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนหรือขัดเงารุนแรง
ไม่ — ฟิล์มคุณภาพดีอย่าง i-gard x-PPF มีพื้นผิวใส คงความเงาและสีเดิมของรถ พร้อมป้องกันรอยและ UV
X-WPF (Windshield Protection Film) คือฟิล์มใสชนิดพิเศษสำหรับติดด้านนอกกระจกบังลมหน้า ออกแบบมาเพื่อป้องกันแรงกระแทกจากเศษหิน กรวด และวัตถุแข็งขณะขับขี่ ลดความเสี่ยงกระจกแตกร้าวหรือเป็นรอยบิ่น
ช่วยได้จริงในกรณีแรงกระแทกระดับเบาถึงปานกลาง โดยฟิล์มจะทำหน้าที่ กระจายแรงกระแทก ลดโอกาสเกิดรอยร้าวและชะลอการแตกของกระจกบังลมหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ฟิล์มกรองแสงเน้นลดความร้อนและแสงจ้า ติดด้านในกระจก
แต่ X-WPF เป็นฟิล์มป้องกันแรงกระแทก ติดด้านนอกกระจก
ทั้งสองสามารถติดร่วมกันได้โดยไม่รบกวนการทำงานซึ่งกันและกัน
ผลต่อทัศนวิสัยมีน้อยมาก เนื่องจากฟิล์มจะเป็นเกรดใสพิเศษ มีความใสสูง ไม่ทำให้ภาพเบลอ ไม่หลอกตา
ปลอดภัยต่อการขับขี่กลางคืนและในสภาพฝนตก
ไม่ครับ พื้นผิวฟิล์มถูกออกแบบให้เรียบลื่น รองรับการทำงานของที่ปัดน้ำฝนได้ตามปกติ
ไม่ทำให้เกิดเสียงดังหรือสึกหรอผิดปกติ แต่ใบปัดนำ้ผนควรดูแลรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายต่อฟิล์ม
อายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 1–3 ปี ขึ้นอยู่กับการใช้งาน สภาพแวดล้อม และการดูแลรักษา
หากฟิล์มได้รับแรงกระแทกหนัก สามารถลอกเปลี่ยนใหม่ได้โดยไม่กระทบกระจก
เหมาะกับรถทุกประเภท โดยเฉพาะ
รถที่วิ่งทางไกลหรือทางต่างจังหวัด
รถที่ใช้งานบนถนนลูกรังหรือทางก่อสร้าง
รถใหม่ รถหรู หรือรถที่กระจกมีราคาสูง
การติดฟิล์ม X-WPF ช่วยลดโอกาสกระจกแตกหรือร้าว ซึ่งมีค่าเปลี่ยนกระจกบังลมหน้าสูง
ถือเป็นการลงทุนเพื่อ ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
กระจก Lamkool คือ กระจกนิรภัยที่ผสมนาโนเทคโนโลยี และชั้นโพลีเมอร์พิเศษ ที่ให้ทั้งความปลอดภัยและการลดความร้อนจากแสงแดดในแผ่นเดียวกัน ทำให้ได้กระจกที่ปลอดภัยและช่วยประหยัดพลังงานได้ดีกว่ากระจกลูกทั่วไป
Lamkool ลดความร้อนจากแสงแดด (SHGC) ได้ดีกว่ากระจก Low-E และ IG/Low-E ในการลดความร้อนรวมทั้งจากแสงและเนื้อกระจก atsyscompany.net
ในด้านการป้องกันความร้อนที่ส่งผ่านเนื้อกระจก (U-value) Ig/Low-E อาจดีกว่าเล็กน้อย แต่โดยรวม Lamkool สามารถลดความร้อนได้มากกว่าโดยรวม atsyscompany.net
ใช่ — Lamkool ออกแบบมาเพื่อใช้ได้กับอาคารทุกประเภท รวมทั้งอาคารประหยัดพลังงานหรืออาคารเขียว โดยสามารถปรับค่าการลดความร้อนให้เหมาะสมกับงานออกแบบ เช่น ให้ค่า SHGC ต่ำกว่า 0.3 พร้อมยังคงให้ความสว่างพอเหมาะ
Lamkool เป็นกระจกนิรภัยหลายชั้นที่มีชั้นโพลีเมอร์พิเศษ (นาโนเซรามิก) ทำให้แม้จะถูกแรงกระแทก กระจกแตกแต่เศษกระจกยังคงติดกัน ไม่แตกหลุดกระเด็น เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความปลอดภัยระดับสูง และมีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลบางระดับ เช่น ANSI Z97.1 และ CPSC CFR/UL972 (ขึ้นกับความหนา)
Lamkool สามารถ ลดการส่งผ่านความร้อนจากรังสีดวงอาทิตย์ได้สูงถึงระดับที่เทียบเท่ากับฟิล์มเซรามิคคุณภาพสูง และดีกว่ากระจก Low-E แบบทั่วไป ซึ่งช่วยให้ภายในอาคารเย็นสบายยิ่งขึ้น
ผู้สนใจสามารถวัดขนาดกระจกแต่ละบานและส่งข้อมูล (ขนาด + จำนวน) พร้อมชื่อและเบอร์ติดต่อมาที่ผู้แทนจำหน่ายเพื่อแจ้งราคาโดยประมาณได้
✔️ ให้ทั้งความปลอดภัยและการลดความร้อนในแผ่นเดียว
✔️ ลดความร้อนจากแสงแดดดีกว่ากระจก Low-E
✔️ เหมาะกับอาคารบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน และอาคารประหยัดพลังงาน
✔️ ทนทานและไม่ต้องติดฟิล์มเพิ่มเติม
ฟิล์ม SkyCool Atmos เป็นฟิล์มกรองแสงที่ใช้ เทคโนโลยี Passive Daylight Radiative Cooling ช่วยสะท้อนความร้อนจากดวงอาทิตย์และปล่อยความร้อนออกสู่ชั้นบรรยากาศโดยตรงโดยไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า ทำให้ลดความร้อนที่เข้าอาคารและลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้พื้นผิวเย็นลงโดยการสะท้อนรังสีความร้อนช่วงคลื่นที่มาจากดวงอาทิตย์ และปล่อยพลังงานความร้อนออกไปในช่วงคลื่นยาวสู่บรรยากาศ (atmospheric window: 8–13 µm) วิธีนี้สามารถลดอุณหภูมิโดยไม่ต้องใช้ระบบทำความเย็นหรือพลังงานไฟฟ้า
สะท้อนรังสีแดด: ลดการดูดซับพลังงานความร้อนเข้าสู่อาคาร
ปล่อยความร้อนผ่านชั้นบรรยากาศ: ปล่อยความร้อนที่สะสมออกไปทางชั้นบรรยากาศ ทำให้ผิวฟิล์มเย็นกว่าการสะท้อนธรรมดา
ไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า ไม่ส่งเสียง และไม่ต้องบำรุงรักษามาก
ฟิล์มสามารถนำไปติดกับ กระจกทั่วไป (clear glass / tinted glass / reflective glass) ในอาคารสำนักงาน, บ้านพัก, โรงงาน, หรืออาคารพาณิชย์ได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนกระจกเดิม
✔ ช่วย ลดอุณหภูมิภายในอาคาร
✔ ลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศ
✔ ช่วย ลดค่าไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายพลังงาน
✔ ป้องกัน UV และลดการซีดจางของเฟอร์นิเจอร์
✔ เพิ่มความสบายในพื้นที่ใช้งาน
✔ ไม่มีการปล่อย CO₂ จากการทำงาน
| คุณสมบัติ | ฟิล์มทั่วไป | SkyCool Atmos |
|---|---|---|
| สะท้อนรังสีความร้อน | ปานกลาง | สูงกว่า ด้วยเทคโนโลยี Radiative |
| ปล่อยความร้อนสู่บรรยากาศ | ❌ ไม่ได้ | ✔ ได้โดยตรง |
| ลดภาระเครื่องปรับอากาศ | ปานกลาง | ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ |
| ต้องใช้พลังงาน | ❌ | ❌ |
| อายุการใช้งาน | ปานกลาง | สูง (วัสดุคุณภาพสูง) |
m dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.
ดยทั่วไปฟิล์มคุณภาพสูงอย่าง SkyCool Atmos มีอายุใช้งานหลายปี (ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและการดูแล) และคงประสิทธิภาพในการสะท้อนความร้อนอย่างต่อเนื่อง
กระจกกันภัย i-Gard ArmorGlaz เป็นกระจกนิรภัยที่พัฒนาขึ้นด้วยการผสานโครงสร้างกระจกและโพลิเมอร์ชนิดพิเศษ ทำให้มีความแข็งแรงสูงกว่ากระจกนิรภัยทั่วไป พร้อมคุณสมบัติทนแรงกระแทกและต้านการทะลุได้ดี เหมาะสำหรับป้องกันการบุกรุกและลดความเสี่ยงจากการโจมตีที่ใช้แรงกระแทกต่าง ๆ
โครงสร้างพิเศษ: มีชั้นโพลิเมอร์เสริมความเหนียวและแรงรับแรงมากกว่า 5 เท่าเมื่อเทียบกับ interlayer แบบ PVB ของกระจกลามิเนตทั่วไป
ความปลอดภัยสูง: ลดโอกาสการทะลุหรือฉีกขาดได้ดีกว่ากระจกนิรภัยธรรมดา
น้ำหนักและความหนา: ออกแบบให้น้ำหนักใกล้เคียงกระจกธรรมดาเพื่อให้ติดตั้งง่ายและไม่เพิ่มภาระโครงสร้างมากเกินไป
ArmorGlaz ไม่ได้ถูกจัดเป็นกระจกกันกระสุนตามมาตรฐานกระสุน (bullet-resistant glass) แบบที่รองรับการยิงจริง เช่น UL 752 หรือ EN 1063 แต่มีความแข็งแรงสูงกว่ากระจกธรรมดาและลามิเนตทั่วไป ซึ่งสามารถช่วยยับยั้งการโจมตีด้วยแรงกระแทกหรือการทำลายอื่น ๆ ได้มากกว่า อย่างไรก็ตาม ถ้าต้องการกันกระสุนแบบเฉพาะทาง ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบตามมาตรฐานกันกระสุนเฉพาะทาง
ผลิตภัณฑ์ ArmorGlaz ABG ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐาน EN 356 P3A มีความหนาประมาณ 7 มม. ซึ่งถือเป็นชั้นที่ให้การป้องกันการทำลายมากกว่ากระจกทั่วไป โดยยังคงความใสและสามารถมองเห็นได้ชัดเจน
ใช่ — สามารถผลิตกระจก ArmorGlaz สำหรับการใช้งานในยานยนต์ได้ เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุหรือความเสี่ยงจากการโจรกรรม เช่น กระจกของรถขนเงินหรือรถยนต์ที่ต้องการความปลอดภัยสูงขึ้น
ถึงแม้จะมีความแข็งแรงสูงกว่า แต่เมื่อถูกแรงกระแทกหนัก ๆ หรือมีการโจมตีต่อเนื่อง กระจก ArmorGlaz ก็ยังสามารถแตกร้าวหรือแตกหักได้เหมือนกระจกนิรภัยประเภทอื่น เพราะลักษณะของกระจกคือถูกออกแบบให้รักษาความปลอดภัยในระดับหนึ่ง ไม่ได้เป็นวัสดุที่ไม่แตกโดยสิ้นเชิง
กระจก ArmorGlaz สามารถ ทำความสะอาดได้ง่ายและดูแลรักษาเหมือนกระจกทั่วไป โดยไม่ต้องใช้วิธีพิเศษ แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ของมีคมขูดขีดโดยตรงกับผิวกระจกเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของกระจก
SolarClean สามารถทำงานได้ทั้งจากแสงแดดและแสงไฟ โดยแสง UV และ Visible Light จะช่วยกระตุ้นปฏิกิริยา Photocatalysis
ได้ SolarClean ทำงานภายใต้แสง Visible Light จากหลอดไฟ แม้ประสิทธิภาพสูงสุดจะอยู่ที่แสงแดด
SolarClean เป็นฟิล์มใสระดับนาโน ไม่เปลี่ยนสี ไม่ลดความใส และไม่กระทบความเงาของพื้นผิวเดิม
olarClean เป็นสารเคลือบที่ไม่เป็นพิษ ไม่ปล่อยสารตกค้าง และไม่สร้างโอโซน ปลอดภัยต่อคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม
อายุการใช้งานประมาณ 3–10 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ความถี่ในการทำความสะอาด และลักษณะการใช้งาน
ฟิล์มนิรภัย (safety film ) และ ฟิล์มกันภัย (security film)
ฟิล์มทั้งสองชนิดมีโครงสร้างคล้ายกับฟิล์มกรองแสง แต่มีความหนากว่าและมีกาวที่เหนียวกว่าเพื่อการยึดเกาะกระจกได้ดีกว่า
ฟิล์มนิรภัย (safety film) จะเป็นฟิล์มที่มีความหนาประมาณ 4-6 มิว (100-150 ไมครอน) หรือประมาณ 2-4 เท่า ของฟิล์มกรองแสงทั่วไป การใช้งานคือลดโอกาสการบาดเจ็บจากกระจกแตกจากอุบัติเหตุ ไม่เน้นการลดอันตรายจากอาวุธหรือลดโอกาสการบุกรุก
ฟิล์มกันภัย (securityty film) จะเป็นฟิล์มที่มีความหนาประมาณ 8-21 มิว (200-450 ไมครอน) หรือประมาณ 5-10 เท่า ของฟิล์มกรองแสงทั่วไป การใช้งานคือลดโอกาสการบาดเจ็บจากกระจกแตกจากอุบัติเหตุ ลดโอกาสการบุกรุก และลดอันตรายจากอาวุธ
ซึ่งฟิล์มสองชนิดจะมีมาตรฐานการทดสอบต่างกัน คือ มาตรฐานนิรภัย(safety standard) ทดสอบโดยใช้กระสอบหนังผิวนุ่ม กับมาตรฐานกันภัย (security standard) ที่ทดสอบโดยใช้ลูกเหล็ก
อย่างไรก็ตามมีเทคโนโลยีฟิล์มแบบซ้อนไขว้หลายชั้น multilayer ที่ทำให้ฟิล์มมีความหนาน้อยลงแต่มีความแข็งแรงเทียบเท่ากับฟิล์มชนิดหนาจากเทคโนโลยีเดิมได้
เพิ่มเติม
http://protectiveglazing.com/…/Safety-Security-Film…
เวลาที่ใช้ในการทุบกระจกที่ติดฟิล์มกันภัย i-gard safecoat หนา 12-20 มิว เพื่อที่เข้าสู่อาคาร จะแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่างๆ เช่น อาวุธที่ใช้ ความแข็งแรงของผู้บุกรุก แรงที่ใช้ในการทุบ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผู้บุกรุกไม่แข็งแรง ใช้ไม้ทุบเบาๆ เพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง อาจใช้เวลานานหลายสิบนาที หรือเป็นคนตัวใหญ่ ใช้ค้อนเหล็กทุบกระจกแรงๆโดยไม่กลัวว่าจะมีคนได้ยินเสียง อาจใช้เวลาไม่กี่นาที
กระจกที่ติดฟิล์มกันภัย i-gard safecoat เพิ่มความปลอดภัย ด้วยการช่วยหน่วงเวลาและทำให้เกิดเสียงดัง ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้บุกรุกเปลี่ยนเป้าหมายไปที่อื่นได้
อย่างไรก็ตามควรใช้ ฟิล์มกันภัย i-gard safecoat ร่วมกับอุปกรณ์ความปลอดภัยอื่นๆ เช่น สัญญาณเตือนภัย กล้องวงจรปิด มุ้งลวดนิรภัย กลอนประตูที่แข็งแรง เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้เหล็กดัดและคงความปลอดภัยและคงความสวยงามให้มากที่สุด
โดยหลักการทำงานของฟิล์มกันภัย Safecoat ที่ความหนา 300 ไมครอน เนื้อฟิล์มที่ผลิตจาก Mylar Polymer จะมีความเหนียวและยืดหยุ่นสูงยากต่อการฉีกขาดและทะลุ ทำให้ทนแรงกระแทกได้ดี ฟิล์มกันภัยจะมาพร้อมชั้นกาวพิเศษที่ยึดติดกับเนื้อกระจก เมื่อกระจกแตกร้าวจากแรงที่เกิดจากการทุบทำลาย ที่ทำให้กระจกแตก ฟิล์มจะช่วยลดโอกาสการทะลุ และกระจายแรงออกไปทั่วแผ่นกระจก ชั้นกาวพิเศษนี้จะช่วยยึดเศษกระจกเอาไว้ให้คงเป็นแผ่นเอาไว้ ซึ่งทำให้กระจกที่ติดฟิล์มกันภัย Safecoat สามารถทนแรงกระแทกซ้ำได้หลายครั้ง โดยการทุบทำลายกระจกที่ติดตั้งฟิล์มกันภัย Safecoat จะทำให้เกิดเสียงดัง ซึ่งจะช่วยเตือนผู้ที่อยู่อาศัยใกล้เคียงถึงการการบุกรุกที่เกิดขึ้น และอาจทำให้ผู้บุกรุกเปลี่ยนเป้าหมายได้ ซึ่งแตกต่างจากเหล็กดัดที่ใช้สกรูขันที่สามารถถูกถอดออกได้อย่างง่ายดายและไม่มีเสียง อย่างไรก็ตามฟิล์มกันภัย Safecoat เป็นวัสดุที่ทำหน้าหน่วงเวลาและลดโอกาสการบุกรุกและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับกระจกเท่านั้น จึงควรใช้ควบคู่ไปกับอุปกรณ์ล๊อกประตู หน้าต่าง และสัญญาณเตือนภัยชนิดต่างๆเพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันและความปลอดภัยสูงสุด
ไม่มีกระจกชนิดใดไหนโลก ที่ทุบไม่แตก การติดฟิล์มกันภัย ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับกระจกธรรมดาให้ รับแรงกระแทกได้มากขึ้น แตกยากขึ้นและทะลุยากขึ้นเท่านั้น เพื่อช่วงหน่วยเวลาหรือทำให้ผู้บุกรุกเปลี่ยนเป้าหมาย
Safecoat คือฟิล์มกันภัย (Security Window Film) หนาและใส ที่ช่วยเสริมความปลอดภัยให้กระจกอาคารและรถยนต์ ลดความเสี่ยงจากการแตกหัก, การบุกรุกจากภายนอก, อุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ไม่คาดคิด โดยฟิล์มจะช่วยยึดเกาะกระจกไว้ เมื่อเกิดแรงกระแทกหรือแตกกระจาย ไม่ทำให้เศษแก้วกระจายเป็นอันตรายต่อคนในพื้นที่
เสริมความปลอดภัยทันที โดยไม่ต้องเปลี่ยนบานกระจกใหม่
กระจกยังคงความใส และไม่ลดทัศนวิสัย
ช่วยลดการกระจายของเศษแก้วเมื่อแตก
เหมาะสำหรับ อาคารบ้านพัก, สำนักงาน, ร้านค้า, หรือยานพาหนะ
ใช่ Safecoat มีความแข็งแรงสูง สามารถดูดซับแรงกระแทกได้ดีและช่วยป้องกันการแตกกระจายของกระจก ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมยังช่วยชะลอเวลาให้มีเวลาฉุกเฉินเพิ่มขึ้นหากเกิดการโจมตีหรือแรงกระแทกผิดปกติ
แม้ Safecoat จะทนทาน แต่การดูแลรักษาให้ถูกวิธีจะช่วยยืดอายุใช้งานของฟิล์ม:
ใช้ ผ้านุ่ม และ น้ำสบู่อ่อน ๆ
หลีกเลี่ยงน้ำยาที่มีสารกัดกร่อนหรือเคมีรุนแรง
ไม่ควรถูแรงกับพื้นผิวฟิล์มเมื่อเช็ดทำความสะอาด
ระยะเวลาของฟิล์มขึ้นอยู่กับสภาพรอบข้าง เช่น แสงแดด, ความร้อน, ความชื้น และการใช้งานทั่วไป โดยฟิล์มคุณภาพสูงอย่าง Safecoat ออกแบบมาให้ ใช้งานได้ยาวนานหลายปี เมื่อดูแลรักษาอย่างเหมาะสม
| ประเภทฟิล์ม | ป้องกันแรงกระแทก | ป้องกันความร้อน | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| Safecoat | ⭐⭐⭐⭐⭐ | ⭐⭐ | ป้องกันภัย, เสริมความปลอดภัย |
| ฟิล์มกรองแสงทั่วไป | ⭐ – ⭐⭐ | ⭐⭐⭐⭐ | ลดความร้อน/แสงแดด |
ฟิล์มกรองแสงเน้น ลดความร้อนและแสง แต่ Safecoat เน้นความปลอดภัยเป็นหลัก และสามารถเสริมคุณสมบัติอื่น (เช่น กันรอย, ลดแสง UV) ได้ตามรุ่น