เวลาเราไปเลือกซื้อ ฟิล์มกรองแสง หรือ กระจกประหยัดพลังงาน มักจะเจอกับตารางตัวเลขทางเทคนิคมากมายจนชวนปวดหัว หากเลือกเพียงแค่ “ความเข้ม” หรือ “ความสวยงาม” อาจทำให้คุณได้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
วันนี้ ATSYS จะมาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับค่าตัวเลขสำคัญที่คุณต้องดู เพื่อให้การลงทุนครั้งนี้กันความร้อนได้จริงและประหยัดพลังงานได้สูงสุดครับ
1. VLT (Visible Light Transmission): ค่าแสงสว่างส่องผ่าน
ค่านี้บอกว่า “ความใสหรือความมืด” ของฟิล์มและกระจกเป็นอย่างไร
ค่ายิ่งมาก: แสงส่องผ่านได้เยอะ ห้องหรือรถจะดูสว่าง (เช่น ฟิล์มใส)
ค่ายิ่งน้อย: แสงส่องผ่านได้น้อย เพิ่มความเป็นส่วนตัวและลดแสงจ้า (เช่น ฟิล์มเข้ม)
2. UVR (Ultra-Violet Rejection): ค่าการป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต
รังสี UV คือตัวการที่ทำให้ผิวเสียและเฟอร์นิเจอร์ซีดจาง
มาตรฐานที่ดี: ควรป้องกันรังสี UV ได้ไม่ต่ำกว่า 99% เพื่อปกป้องสุขภาพผิวและอายุการใช้งานของอุปกรณ์ภายในอาคารหรือรถยนต์
3. IRR (Infrared Rejection): ค่าการป้องกันรังสีอินฟราเรด
รังสีอินฟราเรดคือ “ตัวนำความร้อน” หลักจากดวงอาทิตย์
การเลือกซื้อ: ยิ่งค่านี้สูง (เช่น 80-99%) จะยิ่งช่วยให้คุณรู้สึกเย็นขึ้นเมื่ออยู่หลังกระจก เพราะความร้อนถูกสะท้อนออกไปก่อนจะเข้ามาสัมผัสผิวหนัง
4. TSER (Total Solar Energy Rejection): ค่าการกันความร้อนรวม
นี่คือ “ค่าที่สำคัญที่สุด” เพราะเป็นการนำค่า VLT, UVR และ IRR มาคำนวณรวมกันเพื่อบอกประสิทธิภาพการกันความร้อนทั้งหมด
ข้อควรระวัง: ฟิล์มบางยี่ห้ออาจโฆษณาค่า IRR สูงมาก แต่ค่า TSER กลับต่ำ ดังนั้นควรยึดค่า TSER เป็นเกณฑ์หลักในการเปรียบเทียบประสิทธิภาพการกันร้อน
5. SC (Shading Coefficient): ค่าสัมประสิทธิ์การบังแดด
ค่านี้มักใช้กับงานสถาปัตยกรรมและ กระจกประหยัดพลังงาน
ค่ายิ่งต่ำ ยิ่งดี: หมายความว่ากระจกบานนั้นมีความสามารถในการป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ดีเยี่ยม ช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศได้จริง
บทสรุป: เลือกที่ “มาตรฐาน” ไม่ใช่แค่ “โฆษณา”
การดู สเปกฟิล์มกรองแสง และกระจกที่ถูกต้อง จะช่วยให้คุณประหยัดเงินในระยะยาว ทั้งค่าไฟฟ้าและค่าบำรุงรักษารถยนต์ ที่ ATSYS ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นของเราผ่านมาตรฐานการทดสอบที่เชื่อถือได้ พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อให้คุณได้ผลิตภัณฑ์ที่ “สเปกตรงใจ” และ “กันร้อนได้จริง” ครับ