เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมเวลาเรานั่งใกล้หน้าต่างหรืออยู่ในรถที่จอดกลางแดด ถึงรู้สึกร้อนระอุเหมือนถูกอบ? ความร้อนเหล่านั้นไม่ได้มาจากอากาศเพียงอย่างเดียว แต่มาจาก “รังสีดวงอาทิตย์” ที่ส่องผ่านกระจกเข้ามา วันนี้ ATSYS จะพาไปทำความรู้จักกับส่วนประกอบของแสงแดด เพื่อให้คุณเลือกวิธีป้องกันความร้อนได้อย่างตรงจุดครับ
แสงอาทิตย์ที่ส่องลงมายังโลก ประกอบด้วยรังสี 3 ชนิดหลักๆ ที่ส่งผลต่อความรู้สึกร้อนและสุขภาพของเราในสัดส่วนที่ต่างกัน ดังนี้:
นี่คือ “ตัวการหลัก” ที่ทำให้เรารู้สึกร้อนวูบวาบ รังสีอินฟราเรดมีความยาวคลื่นที่ยาวกว่าแสงที่ตามองเห็น แม้เราจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่มันนำพาพลังงานความร้อนมาสู่ผิวหนังและสิ่งก่อสร้างสูงที่สุด
คำแนะนำ: หากต้องการลดความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ ควรเลือกฟิล์มหรือกระจกที่มีค่าการสะท้อนหรือป้องกันรังสี IR สูงๆ
คือแสงสว่างที่ช่วยให้เรามองเห็นสิ่งรอบตัว หากแสงสว่างส่องเข้ามามากเกินไป นอกจากจะเกิดความร้อนสะสมแล้ว ยังทำให้เกิด “แสงจ้า” (Glare) ที่รบกวนสายตาอีกด้วย
คำแนะนำ: การเลือกฟิล์มที่มีความเข้ม (เช่น ฟิล์ม 60% หรือ 80%) จะช่วยลดแสงสว่างและลดความร้อนในส่วนนี้ได้
แม้จะมีสัดส่วนความร้อนเพียงเล็กน้อย แต่รังสี UV คือตัวอันตรายที่สุดต่อสุขภาพและทรัพย์สิน เพราะเป็นสาเหตุหลักของผิวหมองคล้ำ มะเร็งผิวหนัง รวมถึงทำให้เฟอร์นิเจอร์ เบาะรถยนต์ หรือของตกแต่งบ้านสีซีดจางและกรอบแตก
คำแนะนำ: มาตรฐานฟิล์มกรองแสงในปัจจุบันควรป้องกันรังสี UV ได้ 99% ขึ้นไป
การเข้าใจสัดส่วนความร้อนจะช่วยให้คุณ “เลือกฟิล์มกรองแสงหรือกระจกนิรภัย” ได้อย่างคุ้มค่า บางคนเลือกฟิล์มที่มืดสนิท (ลด VL) แต่กลับไม่กันรังสีอินฟราเรด (IR) ผลที่ได้คือห้องมืดแต่ยังร้อนเหมือนเดิม
ในตอนหน้า เราจะมาเจาะลึกกันต่อถึง “กลไกการเดินทางของความร้อน” ว่ามันผ่านกระจกเข้ามาในบ้านหรือรถของเราได้อย่างไร อย่าพลาดนะครับ!