คุณเคยสังเกตไหมครับ? หลังจากติดฟิล์มกรองแสงไปแล้ว ในบางมุมมองหรือบางช่วงเวลาที่มีแสงน้อย เราจะเห็นเหลือบสีรุ้งปรากฏขึ้นบนกระจก ปรากฏการณ์นี้ทางเทคนิคเรียกว่า “Rainbow Effect” ซึ่งมักสร้างความกังวลให้กับเจ้าของบ้านและเจ้าของรถว่าฟิล์มที่ติดไปนั้นมีคุณภาพต่ำหรือไม่ วันนี้ ATSYS จะมาไขข้อสงสัยนี้ครับ
Rainbow Effect หรืออาการฟิล์มขึ้นสีรุ้ง เกิดจากการที่แสงเดินทางผ่านชั้นฟิล์มบางๆ หลายชั้นที่มีความหนาและใช้วัสดุต่างชนิดกัน (Thin-film Interference)
โดยปกติแล้วฟิล์มกรองแสงหนึ่งแผ่นจะประกอบด้วยชั้นวัสดุหลายชั้น เช่น ชั้นกาว, ชั้นโพลีเมอร์, ชั้นโลหะ (ในฟิล์มบางรุ่น) และชั้นเคลือบกันรอย (Scratch Resistant) เมื่อแสงส่องผ่านชั้นเหล่านี้ด้วยมุมที่ต่างกัน จะเกิดการหักเหและแทรกสอดของแสงจนเห็นเป็นแถบสีรุ้งคล้ายกับคราบน้ำมันบนผิวน้ำนั่นเอง
การเกิดสีรุ้งเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตฟิล์มกรองแสงแทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ 100% แต่อาจจะเห็นชัดหรือจางลงขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้:
ชนิดของสารที่เคลือบ: ฟิล์มที่มีส่วนประกอบของโลหะมักจะเกิดอาการนี้ได้ง่ายกว่าฟิล์มเซรามิกแท้
ความเข้มของฟิล์ม: ยิ่งฟิล์มมีความเข้มมาก (เปอร์เซ็นต์ฟิล์มสูง) จะยิ่งทำให้เห็นแสงสะท้อนภายในและสีรุ้งได้เด่นชัดขึ้น
แหล่งกำเนิดแสง: ชนิดของหลอดไฟภายในอาคารมีส่วนสำคัญมาก โดยเฉพาะหลอดฟลูออเรสเซนต์แบบเก่ามักจะกระตุ้นให้เห็นสีรุ้งได้ชัดกว่าแสงธรรมชาติ
มุมมองและอุปกรณ์เสริม: การมองผ่านกระจกในมุมเฉียง หรือการใส่แว่นตา Polarized จะทำให้เห็น Rainbow Effect ชัดเจนขึ้นอย่างมาก
หากคุณกังวลเรื่องการเกิดสีรุ้งบนกระจก ATSYS มีคำแนะนำดังนี้ครับ:
ทดลองติดแผ่นตัวอย่าง: หากต้องการฟิล์มที่มีความเข้มสูง ควรขอติดแผ่นตัวอย่างขนาดใหญ่พอสมควรเพื่อดูการเกิดสีรุ้งในสภาวะแสงจริง
ปรับเปลี่ยนระบบไฟภายใน: วิธีที่ได้ผลมากที่สุดคือการเปลี่ยนไปใช้ หลอดไฟ LED ที่มีคลื่นแสงใกล้เคียงกับแสงอาทิตย์ (Full Spectrum) จะช่วยลดริ้วรุ้งให้จางลงจนแทบสังเกตไม่เห็น
เลือกฟิล์มคุณภาพสูง: ฟิล์มกรองแสงรุ่นพรีเมียมอย่าง ECOBLUE มีเทคโนโลยีการเคลือบชั้นกันรอยที่ละเอียดและสม่ำเสมอ ช่วยลดการเกิด Rainbow Effect ให้เหลือน้อยที่สุดเพื่อทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม