กระจกเทมเปอร์ (Tempered Glass) คืออะไร? เจาะลึกข้อดีและข้อควรระวังที่คุณต้องรู้

กระจกเทมเปอร์ เป็นหนึ่งในกระจกนิรภัยที่ได้รับความนิยมสูงสุดในงานสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายใน เนื่องจากมีความแข็งแรงทนทานกว่ากระจกธรรมดาทั่วไปถึง 3-4 เท่า โดยผ่านกระบวนการทำให้ร้อนจัดแล้วทำให้เย็นลงอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างแรงอัดที่ผิวกระจก

คุณสมบัติเด่นของกระจกเทมเปอร์
ความแข็งแกร่งสูง: ทนต่อแรงกระแทกและการบิดตัวได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับบานประตูเปลือย หรือกระจกที่ต้องมีการเจาะรูยึดอุปกรณ์
ความปลอดภัยเมื่อแตก: หากเกิดการแตก กระจกจะแตกกระจายเป็นเม็ดเล็กๆ คล้าย “เม็ดข้าวโพด” ซึ่งมีความคมน้อย ลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บรุนแรงเมื่อเทียบกับกระจกธรรมดาที่แตกเป็นปากฉลาม


ข้อพึงระวัง: “การแตกเอง” (Self-Explosion)
แม้จะเป็นกระจกนิรภัย แต่กระจกเทมเปอร์มีโอกาส “แตกเองได้” โดยไม่มีแรงมากระแทก ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายใน:
ความเครียดที่ผิวกระจก: สะสมมาจากกระบวนการผลิต
นิกเกิลซัลไฟด์ (Nickel Sulfide Inclusion): อนุมูลสารเคมีที่ปนเปื้อนในเนื้อกระจก ซึ่งสามารถขยายตัวและดันให้กระจกแตกได้เอง

วิธีสังเกตการแตกจากนิกเกิลซัลไฟด์
หากกระจกแตกเอง ให้สังเกตที่จุดศูนย์กลางการแตก หากพบเศษกระจกที่มีลักษณะ “คล้ายเลขแปด” หรือ “ปีกผีเสื้อ” (Butterfly Pattern) แสดงว่าเกิดจากสารปนเปื้อนชนิดนี้

ข้อแนะนำในการใช้งานอย่างปลอดภัย
หลีกเลี่ยงงานเสี่ยง: ไม่ควรใช้กระจกเทมเปอร์เป็นกระจกราวบันไดเปลือย (ไม่มีราวกันตก) หรือกระจกหลังคาเปลือยชิ้นเดียว เพราะหากแตกกระจกจะร่วงหล่นลงมาทั้งบานทันที (แนะนำให้ใช้กระจกลามิเนตแทนในส่วนนี้)
การอบซ้ำ (Heat Soak Test): เพื่อลดความเสี่ยงการแตกเอง ควรเลือกกระจกที่ผ่านการ Heat Soak ซึ่งเป็นการนำกระจกไปอบซ้ำเพื่อเร่งปฏิกิริยาของสารปนเปื้อนให้แตกตั้งแต่ในโรงงาน ช่วยให้อัตราการระเบิดแตกเองในที่ติดตั้งจริงลดลงจนแทบเป็นศูนย์