ติดตั้ง "เหล็กดัด" อย่างไรให้ปลอดภัย? ป้องกันขโมยได้ หนีไฟไหม้ทัน!

หลายบ้านเลือกติด “เหล็กดัด” เพื่อป้องกันขโมยและเพิ่มความอุ่นใจ แต่ทราบหรือไม่ว่าหากติดตั้งอย่างไม่ถูกวิธี เหล็กดัดที่ควรจะช่วยปกป้องเรา อาจกลายเป็น “กรงขัง” ที่ทำให้หนีออกมาไม่ได้เมื่อเกิดเหตุอัคคีภัย

วันนี้เรามีข้อแนะนำสำคัญในการติดตั้งเหล็กดัด เพื่อเพิ่มความปลอดภัยทั้งจากโจรผู้ร้ายและเหตุฉุกเฉินมาฝากกันครับ

1. ต้องมี “ช่องทางหนีไฟ” อย่างน้อยชั้นละ 1 จุด

การติดเหล็กดัดแบบตายตัว (เปิดไม่ได้) ทั้งบ้านเป็นเรื่องที่อันตรายมาก ควรออกแบบให้มีอย่างน้อย 1-2 จุดต่อชั้นที่สามารถเปิดออกได้จากภายใน เพื่อใช้เป็นทางออกฉุกเฉินในกรณีที่ไฟไหม้ปิดล้อมประตูหลัก

2. เลือกใช้ “กลอนหรือกุญแจ” ที่เปิดง่ายจากภายใน

ช่องทางหนีไฟของเหล็กดัดควรใช้ระบบล็อคที่คนในบ้านสามารถเปิดได้ทันที

  • คำแนะนำ: ไม่ควรใช้แม่กุญแจแบบต้องใช้ลูก กุญแจไข เพราะในเวลาที่ควันไฟท่วมท้น การหาลูกกุญแจจะเป็นเรื่องยากมาก ควรใช้ระบบสลักหรือกลอนที่เปิดได้ง่ายแต่มีความแข็งแรง

3. เก็บกุญแจไว้ในที่ที่หยิบใช้ได้สะดวก (แต่คนนอกเอื้อมไม่ถึง)

หากจำเป็นต้องใช้กุญแจล็อคจริงๆ ควรแขวนลูกกุญแจไว้ในตำแหน่งใกล้ๆ กับหน้าต่างบานนั้น โดยต้องอยู่ในจุดที่คนข้างนอกไม่สามารถเอื้อมมือมาหยิบได้ และสมาชิกทุกคนในบ้านต้องทราบตำแหน่งที่แน่นอน

4. หมั่นตรวจสอบและหยอดน้ำมันสม่ำเสมอ

เหล็กดัดและบานพับที่ถูกติดตั้งทิ้งไว้นานๆ มักเกิดสนิมและฝืดจนเปิดไม่ออกเมื่อต้องการใช้จริง ควรตรวจสอบการเปิด-ปิดอย่างน้อยทุกๆ 3-6 เดือน และหยอดน้ำมันหล่อลื่นตรงจุดหมุนและกลอนล็อคเสมอ

5. เลือกวัสดุและช่างติดตั้งที่มีมาตรฐาน

เหล็กที่ใช้ควรมีความแข็งแรงทนทานต่อการตัด แต่ตัวโครงสร้างต้องไม่หนักจนเกินไปจนเปิดลำบาก การเลือกช่างที่มีประสบการณ์จะช่วยให้งานติดตั้งมีความประณีตและระบบล็อคทำงานได้อย่างแม่นยำ


บทสรุป

การติดเหล็กดัดไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามหรือการกันขโมยเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึง “ทางรอด” เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันด้วย การเตรียมพร้อมและออกแบบอย่างชาญฉลาดจะช่วยคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของทุกคนในครอบครัวได้อย่างแท้จริง

Bright yellow wall behind metal railings decorated with ornamental details near plants in daylight