BRG1

มาตรฐาน EN 1064 กับระดับการทดสอบความทนทานของกระจกกันกระสุน

รู้จักมาตรฐาน EN 356 ระดับ P1A–P8B และค่าทดสอบที่ใช้จำแนกความทนทานของกระจกนิรภัย

เมื่อพูดถึง “กระจกนิรภัยระดับความปลอดภัยสูง (High Security Glazing)” หลายคนมักสับสนระหว่าง “กระจกป้องกันการบุกรุกทุบทำลาย (Burglar / Attack Resistant Glass)” กับ “กระจกกันกระสุน (Bullet Resistant Glass)”

บ่อยครั้งที่เราได้ยินคำถามว่า “กระจกผ่านมาตรฐาน EN 356 แปลว่ากันกระสุนได้ใช่ไหม?” หรือ “ติดฟิล์ม EN 356 แล้วสามารถกันปืนพกได้ระดับไหน?”

บทความนี้จะมาไขข้อข้องใจอย่างชัดเจนตามหลักวิศวกรรมความปลอดภัย เพื่อให้คุณเข้าใจความแตกต่างของมาตรฐาน EN 356 และมาตรฐานกระจกกันกระสุนที่แท้จริงครับ

1. ไขข้อข้องใจ: EN 356 ไม่ใช่มาตรฐานกระจกกันกระสุน!

ข้อเท็จจริงสำคัญที่สุดที่ต้องเข้าใจคือ: มาตรฐาน EN 356 เป็นมาตรฐานสำหรับการทดสอบ “การต้านทานการบุกรุกและโจมตีด้วยแรงคน (Manual Attack / Anti-vandalism / Forced Entry)” เท่านั้น ไม่ใช่มาตรฐานสำหรับการทดสอบแรงปะทะจากหัวกระสุนปืน!

การทดสอบตาม EN 356 ใช้:

  • ลูกบอลเหล็กหนัก 4.11 กก. ทิ้งตกกระแทก (ระดับ P1A – P5A)
  • ค้อนกลและขวานฟันทุบซ้ำๆ (ระดับ P6B – P8B)

วัตถุประสงค์คือ ป้องกันไม่ให้ขโมยใช้ของแข็ง, อิฐ, ค้อนปอนด์ หรือขวาน เจาะทะลุกระจกเพื่อมุดเข้ามาขโมยของ

2. มาตรฐานกระจกกันกระสุนที่แท้จริงคืออะไร? (รู้จัก EN 1063)

หากต้องการกระจกที่สามารถป้องกัน “กระสุนปืน” ได้ จะต้องอ้างอิงมาตรฐานสำหรับกระจกกันกระสุนโดยเฉพาะ ซึ่งในยุโรปและระดับสากลคือ “EN 1063” (หรือมาตรฐาน UL 752 ของสหรัฐอเมริกา และ NIJ 0108.01)

มาตรฐาน EN 1063 แบ่งระดับการป้องกันภัยจากอาวุธปืนออกเป็นคลาสต่างๆ ตามชนิดของปืน ขนาดลำกล้อง ชนิดหัวกระสุน และความเร็วของวิถีกระสุน ดังนี้:

ระดับชั้นของมาตรฐานกระจกกันกระสุน EN 1063

  1. BR1: ปืนยาวลูกกรด (.22 LR)
  2. BR2: ปืนพกสั้น 9 mm Parabellum (ความเร็ว ~400 m/s)
  3. BR3: ปืนพกสั้นพลังสูง .357 Magnum
  4. BR4: ปืนพกสั้นพลังทำลายล้างสูง .44 Magnum
  5. BR5: ปืนเล็กยาวจู่โจม 5.56 x 45 mm (เช่น M16, NATO)
  6. BR6: ปืนเล็กยาวจู่โจม 7.62 x 51 mm (เช่น HK G3, FN FAL)
  7. BR7: ปืนไรเฟิลเจาะเกราะ 7.62 x 51 mm AP (Armour Piercing – หัวกระสุนเหล็กกล้าเจาะเกราะ)
  8. SG1 – SG2: ปืนลูกซอง (Shotgun 12 Gauge ทั้งลูกปรายและลูกโดด Solid Slug)

3. ความแตกต่างทางฟิสิกส์: แรงฟันด้วยค้อน VS วิถีกระสุนปืน

ทำไมกระจกที่ทนขวานฟันได้ (EN 356 P8B) ถึงอาจไม่สามารถกันกระสุนปืนได้?

1. ความเร็วและพลังงานจลน์จำเพาะ (Velocity & Energy Density)

  • ค้อน/ขวาน: มีมวลมาก (2 – 5 กก.) แต่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำ (10 – 20 m/s) กระจายแรงปะทะเป็นวงกว้าง
  • หัวกระสุนปืน: มีมวลน้อย (ไม่กี่กรัม) แต่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงยิ่งยวด (400 – 900 m/s) พลังงานทั้งหมดจะถูกส่งผ่านจุดปะทะเล็กๆ ขนาดเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ทำให้เกิดแรงเฉือนและคลื่นกระแทกทำลายสูงมาก

2. พฤติกรรมการแตกของกระจกและสะเก็ด (Spall / No-Spall)

  • ในการทดสอบกระจกกันกระสุน EN 1063 จะมีเกณฑ์สำคัญคือ “S (Spall)” และ “NS (No-Spall)”
  • Spall หมายถึง เมื่อกระสุนยิงถูกกระจกด้านหน้า จะมีเศษกระจกด้านหลังกระเด็นบาดคนข้างในหรือไม่
  • กระจกกันกระสุนคุณภาพสูงต้องได้มาตรฐาน “NS (No-Spall)” เพื่อความปลอดภัย 100% ของบุคคลภายใน

4. ตารางเปรียบเทียบ: มาตรฐาน EN 356 VS มาตรฐาน EN 1063

หัวข้อเปรียบเทียบมาตรฐาน EN 356มาตรฐาน EN 1063
ประเภทภัยคุกคามการทุบทำลายด้วยแรงคน (Manual Attack / Burglary)การยิงด้วยอาวุธปืน (Ballistic / Firearm Attack)
อุปกรณ์ทดสอบลูกบอลเหล็ก 4.11 kg, ค้อนกล, ขวานอาวุธปืนจริง (9mm, .44 Mag, M16, ไรเฟิล 7.62mm)
ระดับการจัดคลาสP1A – P5A (Drop Ball), P6B – P8B (Axe/Hammer)BR1 – BR7 (ปืนพก/ปืนยาว), SG1 – SG2 (ปืนลูกซอง)
ความหนากระจกโดยเฉลี่ยประมาณ 9 มม. – 25 มม. (ขึ้นกับระดับ)ประมาณ 18 มม. – 80+ มม. (ขึ้นกับระดับ)
การนำไปใช้งานประตูระเบียงบ้าน, ร้านทอง, ร้านค้า, พิพิธภัณฑ์รถยนต์หุ้มเกราะ, ป้อมยามความมั่นคง, เคาน์เตอร์แลกเงิน, สถานทูต

5. การประยุกต์ใช้งานร่วมกันเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ในโครงการที่มีความเสี่ยงสูงระดับสูงสุด (เช่น สถานทูต, ห้องมั่นคง หรือศูนย์สั่งการทางทหาร) ผู้เชี่ยวชาญมักออกแบบกระจกแบบผสมผสาน (Composite Security Glazing) ที่ผ่านการรับรอง “ทั้ง EN 1063 สำหรับกันกระสุน” และ “EN 356 P8B สำหรับป้องกันการทุบทำลายต่อเนื่อง”

เพราะเมื่อผู้ก่อการร้ายยิงปืนใส่กระจกแล้ว กระจกยังต้องมีความแข็งแรงพอที่จะไม่พังทลายลงเมื่อถูกทุบซ้ำด้วยชะแลงหรือค้อนปอนด์

6. สรุปคำแนะนำจาก ATSYS

การเลือกกระจกหรือฟิล์มเพื่อความปลอดภัย ต้องเริ่มต้นจากการ “ประเมินระดับความเสี่ยงของภัยคุกคาม (Risk Assessment)” ให้ชัดเจน:

  • หากต้องการป้องกันขโมย ป้องกันการงัดแงะ ทุบกระจก → ให้มองหามาตรฐาน EN 356
  • หากมีความเสี่ยงจากอาวุธปืนและกระสุน → ต้องระบุมาตรฐาน EN 1063 (BR1-BR7)

ทีมวิศวกรของ ATSYS มีความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษา ออกแบบ และจัดหากระจกนิรภัยและฟิล์มความปลอดภัยสูงที่ตรงตามมาตรฐานสากลระดับโลก เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุดของคุณ

ติดต่อเราได้ที่: www.atsyscompany.net

บทความอื่นๆ

ecobluesh1

ติดฟิล์มแล้วกระจกร้อนขึ้น แปลว่าฟิล์มไม่ดีจริงหรือ? ไขความลับที่หลายคนเข้าใจผิด!

ทำไมผิวกระจกที่ติดฟิล์มกรองแสง ถึงรู้สึกร้อนกว่ากระจกที่ไม่ติด “ทำไมติดฟิล์มแล้วกระจกร้อนกว่าเดิม?” นี่คือคำถามยอดฮิตที่สร้างความตกใจให้เจ้าของบ้านและคนรักรถมานักต่อนัก จนบางคนถึงขั้นชี้นิ้วบอกว่าฟิล์มที่ติดไปนั้นคุณภาพต่ำแน่ๆ! แต่รู้ไหมครับ… ความจริงกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง! วันนี้ ATSYS จะมาเฉลยว่าทำไม “กระจกยิ่งร้อน ห้องยิ่งเย็น” ###   1. หน้าที่ของฟิล์มคือ “โล่” ไม่ใช่ “แอร์” ต้องเข้าใจก่อนครับว่าฟิล์มกรองแสงไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้

อ่านต่อ →
glass building

กระจก Low-E คืออะไร? นวัตกรรมกระจกประหยัดพลังงานที่ช่วยให้บ้านเย็นและลดค่าไฟได้จริง

กระจก Low-E คืออะไร? นวัตกรรมกระจกประหยัดพลังงานที่ช่วยให้บ้านเย็นและลดค่าไฟได้จริง ในยุคที่สภาพอากาศร้อนระอุและการประหยัดพลังงานกลายเป็นเรื่องสำคัญ “กระจก Low-E” (Low Emissivity Glass) ได้กลายเป็นวัสดุยอดนิยมสำหรับบ้านและอาคารสมัยใหม่ แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่ากระจกชนิดนี้ทำงานอย่างไร และทำไมถึงแตกต่างจากกระจกทั่วไป? วันนี้ ATSYS จะพาไปเจาะลึกความลับของกระจก Low-E ที่ช่วยเปลี่ยนบ้านที่ร้อนอบอ้าวให้กลายเป็นพื้นที่เย็นสบายครับ กระจก Low-E

อ่านต่อ →