ค่า TSER คืออะไร? ต่างจาก IR rejection อย่งไร สองค่านี้ทำไมถึงสำคัญสำหรับฟิล์มกรองแสง และต่างกันอย่างไรในงานรถยนต์และอาคาร

ทำความเข้าใจค่า TSER ตัวเลขสำคัญที่บอกประสิทธิภาพการปฏิเสธพลังงานแสงอาทิตย์ของฟิล์มกรองแสง

เวลาเราเลือกซื้อฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์หรือติดกระจกอาคาร เรามักจะเห็นโบรชัวร์โฆษณาด้วยตัวเลขสวยหรู เช่น “กันรังสีความร้อน IR สูงถึง 99%!” หรือ “ฟิล์มเซรามิกแท้ ตัดรังสีอินฟราเรด 95%!”

แต่ทำไมพอติดตั้งเสร็จแล้ว พอเจอแดดเมืองไทยตอนเที่ยงวัน รถหรือห้องของเรายังรู้สึกร้อนอยู่ดี?

คำตอบอยู่ที่ความเข้าใจผิดระหว่างค่า **IR Rejection (IRR)** และค่า **TSER (Total Solar Energy Rejected)** นั่นเองครับ วันนี้เราจะมาอธิบายสองค่านี้ให้เข้าใจง่ายๆ พร้อมแนะนำวิธีเลือกฟิล์มสำหรับงานรถยนต์และอาคารให้คุ้มค่าที่สุดครับ

——————————————————————————–
1. รู้จักสเปกตรัมของแสงอาทิตย์: ความร้อนมาจากไหนบ้าง?
——————————————————————————–
แสงแดดจากดวงอาทิตย์ที่ส่องลงมายังโลก ไม่ได้มีแค่รังสีอินฟราเรดเพียงอย่างเดียว แต่ประกอบด้วยพลังงานหลัก 3 ส่วน ได้แก่:

1. รังสีอัลตราไวโอเลต (UV Radiation: 100 – 400 nm) -> คิดเป็นประมาณ 3 – 5% ของพลังงานแสงอาทิตย์ (ทำให้ผิวคล้ำเสีย เฟอร์นิเจอร์ซีดจาง)
2. แสงสว่างที่มองเห็นได้ (Visible Light: 380 – 780 nm) -> คิดเป็นประมาณ 44% ของพลังงานแสงอาทิตย์ (ให้ความสว่าง แต่ก็ “นำพาความร้อนเกือบครึ่งหนึ่ง” มาด้วย!)
3. รังสีอินฟราเรด (Infrared Radiation: 780 – 2500 nm) -> คิดเป็นประมาณ 51 – 53% ของพลังงานแสงอาทิตย์ (คือรังสีความร้อนหลักที่เรารู้สึกอุ่น/ร้อนบนผิวหนัง)

ดังนั้น ความร้อนจากแสงแดดจึงไม่ได้มาจากรังสีอินฟราเรดเพียงอย่างเดียว แต่แสงสว่างที่ส่องเข้ามา (Visible Light) ก็มีพลังงานความร้อนสูงถึง 44% เช่นกัน!

——————————————————————————–
2. IR Rejection (IRR) VS TSER คืออะไร และต่างกันอย่างไร?
——————————————————————————–

[1] IR Rejection (IRR) – ค่าการป้องกันรังสีอินฟราเรด
– ความหมาย: คือเปอร์เซ็นต์ที่ฟิล์มสามารถกันรังสีในช่วง “อินฟราเรด” ได้
– จุดที่ต้องระวัง: ค่า IRR มักเป็นการทดสอบเฉพาะช่วงความยาวคลื่นจุดใดจุดหนึ่ง เช่น วัดที่ 900 nm หรือ 1400 nm ซึ่งเป็นจุดที่ฟิล์มกันได้ดีที่สุด แต่ไม่ได้บอกว่ากันความร้อนโดยรวมทั้งหมดได้เท่าไหร่
– ตัวอย่าง: ฟิล์มใสมากที่กัน IR ได้ 99% แต่ยอมให้แสงสว่าง (Visible Light) ส่องผ่านเข้ามา 80% ความร้อนจากแสงสว่างก็ยังทะลุเข้ามาในห้องได้เกือบครึ่งหนึ่งอยู่ดี!

[2] TSER (Total Solar Energy Rejected) – ค่าการลดพลังงานความร้อนรวม
– ความหมาย: คือ “ค่ามาตรฐานสากล” (ตามมาตรฐาน NFRC, ASHRAE, ISO 9050) ที่คำนวณการป้องกันพลังงานความร้อนรวมจาก “ทุกย่านคลื่น” (ทั้ง UV + แสงสว่าง Visible Light + รังสีความร้อน Infrared) รวมถึงคำนวณการสะท้อนและการดูดกลืนความร้อนของกระจกไว้อย่างครบถ้วน
– สรุป: TSER คือตัวเลขที่สะท้อน “ความเย็นจริง” ของฟิล์มกรองแสงได้อย่างแม่นยำที่สุด ยิ่งค่า TSER สูง ฟิล์มก็ยิ่งกันร้อนได้ดีจริง!

——————————————————————————–
3. ความสำคัญของ TSER และ IRR ในงาน “รถยนต์” VS “อาคาร”
——————————————————————————–
แม้หลักการทางฟิสิกส์จะเหมือนกัน แต่การเลือกฟิล์มสำหรับ “รถยนต์” และ “อาคาร” มีบริบทและความต้องการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง:

[งานฟิล์มรถยนต์ (Automotive Window Film)]
– บริบท: พื้นที่ห้องโดยสารมีขนาดเล็ก กระจกอยู่ใกล้ตัวผู้ขับขี่ และมีข้อจำกัดเรื่อง “ความปลอดภัยในการขับขี่”
– ปัจจัยพิจารณา:
1. ทัศนวิสัย (VLT): บานหน้าต้องสว่างพอที่จะขับขี่กลางคืนได้อย่างปลอดภัย (VLT ควรอยู่ที่ 40 – 50% ขึ้นไป)
2. การกันร้อนฉับไว (Instant Rejection): ต้องการฟิล์มที่มีค่า IRR สูงและ TSER สูง เพื่อไม่ให้รู้สึกแสบผิวเมื่อแดดส่องโดนแขน
3. ไม่บล็อกสัญญาณ: ต้องเลือกฟิล์มที่ไม่รบกวนสัญญาณ Easy Pass, GPS หรือ 5G (เช่น ฟิล์ม Nano Ceramic)

[งานฟิล์มอาคาร (Architectural Window Film)]
– บริบท: กระจกมีพื้นที่ขนาดใหญ่มาก ได้รับแสงแดดต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน และส่งผลโดยตรงต่อค่าไฟฟ้าของระบบปรับอากาศ (HVAC)
– ปัจจัยพิจารณา:
1. ค่า SHGC และ TSER: เน้นค่า TSER รวมที่สูงที่สุด เพื่อลดโหลดของเครื่องปรับอากาศ
2. แสงสว่างธรรมชาติ (Daylighting): อาคารสำนักงานต้องการแสงธรรมชาติเพื่อการทำงาน แต่ไม่ต้องการความร้อน
3. ความเสี่ยงกระจกแตกจากความร้อน (Thermal Stress): หากติดฟิล์มที่ดูดกลืนความร้อนสูงเกินไปบนกระจกหนาหรือกระจก Low-E กระจกอาจแตกหักได้ ดังนั้นงานอาคารจึงนิยมฟิล์มที่มีการสะท้อนความร้อน (Reflective / Sputtered Film) หรือฟิล์มที่มีการคำนวณค่าสัมประสิทธิ์อย่างถูกต้อง

——————————————————————————–
4. ตารางสรุปแนวทางการเลือกฟิล์ม
——————————————————————————–

| การใช้งาน | ตัวแปรสำคัญที่ต้องดู | ค่าแนะนำ |
| :— | :— | :— |
| ฟิล์มรถยนต์ – บานหน้า | VLT (ความสว่าง) + TSER + ไม่บล็อกสัญญาณ | VLT > 40%, TSER > 50-60%, IRR > 85-95% |
| ฟิล์มรถยนต์ – รอบคัน | TSER + ความเป็นส่วนตัว (Privacy) | VLT 15-20%, TSER > 60-70%, IRR > 90-99% |
| ฟิล์มอาคาร – บ้านพักอาศัย | VLT ปานกลาง + TSER สูง + ไม่สะท้อนเงามาก | VLT 30-50%, TSER > 55-65%, การสะท้อนแสง < 15% |
| ฟิล์มอาคาร – สำนักงาน/โรงงาน | TSER สูงสุด + ลดแสงจ้า (Glare) + ลดค่าไฟ | VLT 15-35%, TSER > 65-80%, SHGC ต่ำ |

——————————————————————————–
5. สรุปคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ATSYS
——————————————————————————–
ในการเลือกฟิล์มกรองแสงครั้งต่อไป อย่าดูเพียงแค่ตัวเลข “IR Rejection 99%” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องขอดูค่า “TSER” ควบคู่ไปด้วยเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณได้รับฟิล์มที่ช่วยลดความร้อนได้อย่างแท้จริงและคุ้มค่ากับงบประมาณ

ที่ ATSYS เรามีผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษา ออกแบบ และตรวจวัดค่าประสิทธิภาพทางความร้อนของกระจก เพื่อคัดสรรฟิล์มกรองแสงที่ตอบโจทย์ทั้งยานยนต์และอาคารของคุณอย่างแม่นยำ

ปรึกษาทีมงานผู้เชี่ยวชาญได้ที่: www.atsyscompany.net

บทความอื่นๆ

กระจก Low-E คืออะไร? ข้อดี–ข้อจำกัดที่ควรรู้ ก่อนเลือกใช้ในบ้านและอาคาร

กระจก Low-E คืออะไร? ข้อดี–ข้อจำกัดที่ควรรู้ ก่อนเลือกใช้ในบ้านและอาคาร กระจก Low-E หรือ กระจกโลวอี (Low Emissivity Glass) ไม่ใช่นวัตกรรมใหม่อย่างที่หลายคนเข้าใจ จริง ๆ แล้วกระจกชนิดนี้ถูกใช้งานมานานกว่า 30 ปี โดยได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศเขตหนาว เนื่องจากช่วย

อ่านต่อ →

ทำไมกระจกถึงแตกเอง? เจาะลึก 8 สาเหตุและลักษณะรอยแตกที่บอกต้นตอของปัญหา

ทำไมกระจกถึงแตกเอง? เจาะลึก 8 สาเหตุและลักษณะรอยแตกที่บอกต้นตอของปัญหา หลายครั้งที่เราพบว่ากระจกแตกโดยไม่ได้ถูกใครขว้างปาหรือกระแทก การเข้าใจลักษณะรอยแตก (Fracture Pattern) จะช่วยให้เราหาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำได้ครับ 1. การแตกจากความเครียดความร้อน (Stress Cracks) ลักษณะ: มักเริ่มจากขอบกระจก เป็นเส้นยาวตรงหรือโค้งเล็กน้อยโดยไม่มีจุดกระแทก สาเหตุ: เกิดจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน หรือการระบายความร้อนไม่สม่ำเสมอ เช่น

อ่านต่อ →

ติดฟิล์มแล้วกระจกร้อนขึ้น แปลว่าฟิล์มไม่ดีจริงหรือ? ไขความลับที่หลายคนเข้าใจผิด!

ทำไมผิวกระจกที่ติดฟิล์มกรองแสง ถึงรู้สึกร้อนกว่ากระจกที่ไม่ติด “ทำไมติดฟิล์มแล้วกระจกร้อนกว่าเดิม?” นี่คือคำถามยอดฮิตที่สร้างความตกใจให้เจ้าของบ้านและคนรักรถมานักต่อนัก จนบางคนถึงขั้นชี้นิ้วบอกว่าฟิล์มที่ติดไปนั้นคุณภาพต่ำแน่ๆ! แต่รู้ไหมครับ… ความจริงกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง! วันนี้ ATSYS จะมาเฉลยว่าทำไม “กระจกยิ่งร้อน ห้องยิ่งเย็น” ###   1. หน้าที่ของฟิล์มคือ “โล่” ไม่ใช่ “แอร์” ต้องเข้าใจก่อนครับว่าฟิล์มกรองแสงไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้

อ่านต่อ →