ประเมินพลังงานที่ประหยัดได้และระยะเวลาคืนทุน โดยคำนึงถึงทิศทางกระจกจริงในประเทศไทย และค่าประสิทธิภาพของแต่ละระบบ (ฟิล์ม Ecoblue และกระจก Lamkool)
ผลลัพธ์แบบเข้าใจง่าย — ระยะเวลาคืนทุน
ใช้ตำแหน่งดวงอาทิตย์จริงตามละติจูดของแต่ละภาค ร่วมกับค่าความเข้มรังสีอาทิตย์เฉลี่ยของประเทศไทยจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ (พพ./DEDE)
ใช้ค่าประสิทธิภาพเฉลี่ย (COP) ของแต่ละประเภทเป็นตัวแทนในการแปลงความร้อนที่ลดได้เป็นหน่วยไฟฟ้า
COP = กำลังความเย็น (kW) ÷ กำลังไฟฟ้าที่ใช้ (kW) — แอร์อินเวอร์เตอร์เบอร์ 5 ทั่วไปอยู่ราว 3.0–4.0, เครื่องประสิทธิภาพสูง/VRF อาจสูงกว่านี้
ใช้คำนวณความร้อนที่นำผ่านกระจกจากค่า U-Value (แยกจากความร้อนจากแสงแดดที่คำนวณจาก SHGC) — ค่าเริ่มต้น 7°C มาจากอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยรายวันกรุงเทพฯ ~32°C ลบอุณหภูมิห้องปรับอากาศตามเกณฑ์การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพของไทย 24–26°C (ใช้ค่ากลาง 25°C) ปรับได้ตามสภาพจริงของโครงการ
บ้านพักอาศัยทั่วไป ~250–320 วัน/ปี, ออฟฟิศ/ร้านค้า ~300–360 วัน/ปี
ค่าเริ่มต้นอ้างอิงอัตราไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยเฉลี่ยช่วง พ.ค.–ส.ค. 2569 ประมาณ 3.95 บาท/หน่วย (รวม Ft ก่อน VAT) — ปรับเป็นอัตราจริงของลูกค้าได้ที่นี่
| ทิศ | พื้นที่ (ตร.ม.) | รังสีอาทิตย์ (kWh/m²/ปี) | ความร้อนที่ลด (kWh/ปี) | ในนั้น: จาก U-Value (kWh/ปี) |
|---|
ตัวเลขนี้เป็นการประมาณการเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ผลจริงขึ้นกับสภาพอาคาร พฤติกรรมการใช้งาน และการติดตั้งจริง
สูตร: (SHGC กระจกเดิม − SHGC หลังติดฟิล์ม) × พื้นที่กระจก (ตร.ม.) × รังสีอาทิตย์ต่อทิศ (kWh/ตร.ม./ปี) × ค่าปรับช่วงเวลาใช้แอร์ — รวมทุกบานหน้าต่าง
SHGC กระจกเดิม: ค่าอ้างอิงมาตรฐานอุตสาหกรรมกระจก (ใส ~0.86, ตัดแสง ~0.65, สะท้อนแสง ~0.45, ลามิเนต ~0.80, Low-E (Silver Hard Coat) ~0.55, Low-E ใสชั้นเดียว ~0.71 [อ้างอิงตาราง Lamkool]) แก้เป็นค่าจริงของลูกค้าเองได้ในโหมดทีมขาย (เลือก "กำหนดเอง")
SHGC ของระบบใหม่: มาจากสเปคผลิตภัณฑ์จริงแต่ละรุ่น — Ecoblue Window Film (ฟิล์มติดทับกระจกเดิม) หรือ Lamkool Thermal Laminated Glass (เปลี่ยนกระจกทั้งบาน) แล้วแต่ระบบที่เลือก
รังสีอาทิตย์ต่อทิศ: คำนวณตำแหน่งดวงอาทิตย์จริง (declination, มุมเงย, มุมทิศ) รายเดือนตามละติจูดของแต่ละภาค ด้วยหลัก Solar Position ของ Duffie & Beckman แล้วแปลงเป็นรังสีตกกระทบผนังแนวตั้งด้วย isotropic diffuse sky model จากนั้นปรับสเกลรวมให้ตรงกับค่าเฉลี่ยรังสีอาทิตย์จริงของไทยจาก พพ. (DEDE) ~19 MJ/ตร.ม./วัน
ค่าปรับช่วงเวลาใช้แอร์ (AC overlap): = min(1, ชม./วันเปิดแอร์ ÷ 10) × min(1, วัน/ปีเปิดแอร์ ÷ 300) — สมมติว่าแดดสะสมความร้อนตลอด ~10 ชม.ที่มีแดดต่อวัน มีเพียงสัดส่วนที่ตรงกับช่วงเปิดแอร์เท่านั้นที่กลายเป็นภาระไฟฟ้าจริง เป็นการประมาณอย่างง่าย ไม่ได้จับคู่ชั่วโมงเปิดแอร์กับช่วงเวลาที่แดดกระทบทิศนั้นๆ แบบรายชั่วโมง
สูตร: (U-Value กระจกเดิม − U-Value ของระบบใหม่) × พื้นที่กระจก (ตร.ม.) × ΔT (ผลต่างอุณหภูมิภายนอก-ภายใน, °C) × ชม./วันเปิดแอร์ × วัน/ปีเปิดแอร์ ÷ 1000 — ใช้ชั่วโมง/วันเปิดแอร์เต็มจำนวน (ไม่ผ่านค่าปรับ AC overlap แบบข้อ 1 เพราะความร้อนจากผลต่างอุณหภูมิเกิดขึ้นตลอดเวลาที่มีผลต่างอุณหภูมิ ไม่ได้จำกัดเฉพาะช่วงมีแดด)
ΔT เริ่มต้น 7°C: = อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยรายวันของกรุงเทพฯ ~32.1°C (คำนวณจากค่าเฉลี่ยอุณหภูมิสูงสุดรายเดือนทั้ง 12 เดือน, en.climate-data.org) ลบอุณหภูมิห้องปรับอากาศตามเกณฑ์การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในกฎหมายควบคุมอาคาร (Building Energy Code) ของไทยที่กำหนดช่วง 24–26°C (ใช้ค่ากลาง 25°C) — ปรับแก้ได้เองในโหมดทีมขาย
U-Value กระจกเดิม: กระจกใส/กระจกเขียว(ตัดแสง)/Low-E ใสชั้นเดียว มาจากตาราง Table B ในสเปค Lamkool ที่ใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบอยู่แล้ว กระจกสะท้อนแสง/ลามิเนต ใช้ค่าเดียวกับกระจกใส (ยืนยันโดย ATSYS ว่าค่า U ใกล้เคียงกัน — สารเคลือบสี/สะท้อนแสงมีผลน้อยต่อค่าการนำความร้อนต่างจาก SHGC) ส่วน Low-E (Silver Hard Coat, ยืนยันชนิดโดย ATSYS) ใช้ U ~4.0 อ้างอิงค่ากระจก Low-E เคลือบผิวชั้นเดียวที่ใกล้เคียงที่สุดที่หาข้อมูลตีพิมพ์ได้ (ยังไม่ใช่สเปคที่ตรงยี่ห้อ/รุ่นเป๊ะๆ) — ถ้าเลือกกระจกเดิมแบบ "กำหนดเอง" ระบบจะข้ามส่วนนี้ไปเลยเพราะไม่มีค่า U ให้ใช้
U-Value ของระบบใหม่: Ecoblue ใช้ค่าคงที่ ~5.5 (ฟิล์มแทบไม่เปลี่ยนค่า U-Value ของกระจกเดิม) ส่วน Lamkool ใช้ค่าตามสเปคแต่ละรุ่น (แตกต่างกันชัดเจน 3.6–5.8) — เป็นเหตุผลที่ผลจากค่านี้จะเห็นชัดเฉพาะกรณี Lamkool
สูตร: ความร้อนที่ลดได้ ÷ COP ของเครื่องปรับอากาศ (COP = ความเย็นที่ทำได้ ÷ ไฟฟ้าที่ใช้ไป — เบอร์ 5 ทั่วไป ~3.0–3.5, ประสิทธิภาพสูง/VRF ~4.0+)
สูตร: ไฟฟ้าที่ประหยัด × อัตราค่าไฟฟ้า (ค่าเริ่มต้น 4.4 บาท/หน่วย อ้างอิงอัตราเฉลี่ยไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยไทยช่วง พ.ค.–ส.ค. 2569 ~3.95 บาท รวม Ft ก่อน VAT)
สูตร: พื้นที่กระจกรวม × (ค่าวัสดุ + ค่าแรง ต่อ ตร.ม.)
Payback (ง่าย): ค่าติดตั้งทั้งหมด ÷ เงินที่ประหยัดต่อปี
NPV (โหมดทีมขาย): ผลรวมกระแสเงินสดที่ประหยัดแต่ละปี (คูณด้วยแนวโน้มค่าไฟที่เพิ่มขึ้นต่อปี) คิดลดกลับด้วย discount rate ตลอดอายุการใช้งานฟิล์มที่กำหนด ลบด้วยเงินลงทุนเริ่มต้น
IRR: อัตราคิดลดที่ทำให้ NPV = 0 หาด้วยวิธี bisection
ค่าเริ่มต้นของระบบตั้งกระจกเดิมเป็น "กระจกใส" (SHGC 0.86 ซึ่งสูงสุดในตัวเลือก) ทำให้ผลต่าง SHGC กับฟิล์มมากที่สุด → ประหยัดพลังงานมากที่สุด → คืนทุนเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ในกรณีนี้ ถ้ากระจกจริงของลูกค้าเป็นกระจกตัดแสง/สะท้อนแสง/ลามิเนต/Low-E อยู่แล้ว ผลต่าง SHGC จะน้อยลงมาก (เช่น กระจกตัดแสงเดิม SHGC 0.65 vs ฟิล์ม 0.37 ต่างกันแค่ 0.28 แทนที่จะเป็น 0.49) ความร้อนที่ลดได้จะลดลงตามสัดส่วน และระยะคืนทุนจะยาวขึ้นตามจริง — ลองเปลี่ยนตัวเลือก "กระจกเดิม" ของแต่ละบานดูเพื่อเทียบ และที่สำคัญไม่แพ้กันคือราคาฟิล์มด้านบนยังเป็นราคาสมมติ ยังไม่ใช่ราคาขายจริง