เจาะลึกความหมาย! ค่าสเปกฟิล์มกรองแสงและกระจกประหยัดพลังงาน อ่านอย่างไรให้เป็นกูรู?

เจาะลึกความหมาย! ค่าสเปกฟิล์มและกระจกประหยัดพลังงาน อ่านอย่างไรให้เป็นกูรู?

เคยสงสัยไหมครับว่า ตัวเลขบนแผ่นพับฟิล์มกรองแสงหรือสเปกกระจกอาคารที่มีทั้ง VLT, SHGC, TSER หมายถึงอะไรกันแน่? การเลือกฟิล์มหรือกระจกโดยดูเพียง “ความมืด” อาจทำให้คุณพลาดประสิทธิภาพการกันความร้อนที่แท้จริงไป

วันนี้ ATSYS จะมาชำแหละทุกค่าสเปกให้เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณเปรียบเทียบความคุ้มค่าได้อย่างแม่นยำครับ

1. ค่าที่บอกความสว่างและเงาสะท้อน (Visible Light)
VLT (Visible Light Transmittance) – ค่าแสงสว่างส่องผ่าน: บอกว่าแสงสว่างผ่านได้กี่เปอร์เซ็นต์ ค่ายิ่งมาก ฟิล์มยิ่งใส (หมายเหตุ: ไม่ใช่ค่า 40% 60% 80% ที่เรียกกันติดปาก เพราะนั่นคือการประมาณความมืด)

VLR (Visible Light Reflectance) – ค่าแสงสะท้อน: บอกความเงาของผิว ค่ายิ่งมาก ยิ่งเงาเหมือนกระจก ฟิล์มเซรามิกคุณภาพสูงจะมีค่านี้ต่ำกว่า 10% ช่วยให้มองเห็นได้สบายตาและไม่สะท้อนรบกวนคนรอบข้าง

2. กลไกการเดินทางของพลังงานแสงอาทิตย์ (Total Solar)
เมื่อแสงอาทิตย์ส่องมากระทบกระจก พลังงานจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนตามหลักการสะท้อน, ผ่าน และดูดซับ:

TST (Total Solar Transmittance): พลังงานที่พุ่งผ่านกระจกเข้ามาตรงๆ

TSR (Total Solar Reflectance): พลังงานที่ถูกสะท้อนกลับออกไปด้านนอก

TSA (Total Solar Absorption): พลังงานที่กระจกดูดซับเอาไว้ (ซึ่งกระจกจะคายความร้อนออกมาอีกครั้งทั้งสองด้าน)

3. ค่าประสิทธิภาพการกันความร้อน (Heat Gain & Rejection)
SHGC (Solar Heat Gain Coefficient): ค่าความร้อนรวมที่ผ่านกระจกเข้ามาจริง (ทั้งผ่านโดยตรงและคายออกมา) ค่ายิ่งต่ำ ยิ่งดีต่อเมืองร้อน เพราะหมายถึงความร้อนเข้าบ้านน้อย

TSER (Total Solar Energy Rejected) – ค่าการลดความร้อนรวม: นี่คือ “พระเอก” ของสเปกฟิล์ม เพราะคือผลรวมของความร้อนที่สะท้อนออก + ความร้อนที่คายออกไปด้านนอก ค่ายิ่งสูง ยิ่งกันร้อนได้ดี (TSER ≈ 1 – SHGC)

4. ไขข้อข้องใจเรื่อง IRR และ U-Value
IRR (Infrared Rejection) – ค่าลดรังสีอินฟราเรด: มักใช้ระบุความรู้สึก “เย็น” เพราะผิวหนังคนเราไวต่อรังสีนี้ โดยเฉพาะช่วง 900-1400 nm

ข้อควรระวัง: ค่า IRR สูง ไม่ได้หมายความว่ากันความร้อน (TSER) ดีกว่าเสมอไป ต้องดูองค์ประกอบอื่นร่วมด้วย

U-Value (U-Factor): ค่าการนำความร้อนผ่านเนื้อวัสดุหรือ “ค่าความเป็นฉนวน” สำหรับเมืองร้อนอย่างไทย เราจะให้ความสำคัญกับค่า SHGC มากกว่าค่า U-Value เพราะการทำค่า U ให้ต่ำมากมีต้นทุนสูงและเห็นผลต่างน้อยกว่าในสภาพอากาศแดดจัด

บทสรุปการเลือกซื้อจาก ATSYS
สำหรับการเลือกฟิล์มหรือกระจกในประเทศไทย ให้คุณเน้นพิจารณาที่ค่า TSER (สูงยิ่งดี) และ SHGC (ต่ำยิ่งดี) เป็นหลัก ควบคู่ไปกับค่า VLT ที่เหมาะกับระดับสายตาของคุณ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้กระจกที่กันร้อนได้จริงและคุ้มค่าที่สุดครับ

บทความอื่นๆ

กระจก Low-E คืออะไร? ข้อดี–ข้อจำกัดที่ควรรู้ ก่อนเลือกใช้ในบ้านและอาคาร

กระจก Low-E คืออะไร? ข้อดี–ข้อจำกัดที่ควรรู้ ก่อนเลือกใช้ในบ้านและอาคาร กระจก Low-E หรือ กระจกโลวอี (Low Emissivity Glass) ไม่ใช่นวัตกรรมใหม่อย่างที่หลายคนเข้าใจ จริง ๆ แล้วกระจกชนิดนี้ถูกใช้งานมานานกว่า 30 ปี โดยได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศเขตหนาว เนื่องจากช่วย

อ่านต่อ →

ทำไมกระจกถึงแตกเอง? เจาะลึก 8 สาเหตุและลักษณะรอยแตกที่บอกต้นตอของปัญหา

ทำไมกระจกถึงแตกเอง? เจาะลึก 8 สาเหตุและลักษณะรอยแตกที่บอกต้นตอของปัญหา หลายครั้งที่เราพบว่ากระจกแตกโดยไม่ได้ถูกใครขว้างปาหรือกระแทก การเข้าใจลักษณะรอยแตก (Fracture Pattern) จะช่วยให้เราหาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำได้ครับ 1. การแตกจากความเครียดความร้อน (Stress Cracks) ลักษณะ: มักเริ่มจากขอบกระจก เป็นเส้นยาวตรงหรือโค้งเล็กน้อยโดยไม่มีจุดกระแทก สาเหตุ: เกิดจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน หรือการระบายความร้อนไม่สม่ำเสมอ เช่น

อ่านต่อ →

ติดฟิล์มแล้วกระจกร้อนขึ้น แปลว่าฟิล์มไม่ดีจริงหรือ? ไขความลับที่หลายคนเข้าใจผิด!

ทำไมผิวกระจกที่ติดฟิล์มกรองแสง ถึงรู้สึกร้อนกว่ากระจกที่ไม่ติด “ทำไมติดฟิล์มแล้วกระจกร้อนกว่าเดิม?” นี่คือคำถามยอดฮิตที่สร้างความตกใจให้เจ้าของบ้านและคนรักรถมานักต่อนัก จนบางคนถึงขั้นชี้นิ้วบอกว่าฟิล์มที่ติดไปนั้นคุณภาพต่ำแน่ๆ! แต่รู้ไหมครับ… ความจริงกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง! วันนี้ ATSYS จะมาเฉลยว่าทำไม “กระจกยิ่งร้อน ห้องยิ่งเย็น” ###   1. หน้าที่ของฟิล์มคือ “โล่” ไม่ใช่ “แอร์” ต้องเข้าใจก่อนครับว่าฟิล์มกรองแสงไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้

อ่านต่อ →