ความร้อนจากแสงอาทิตย์มาจากไหน? เจาะลึกรังสี 3 ชนิดที่เจ้าของบ้านและรถต้องรู้ (ตอนที่ 1)

ความร้อนจากแสงอาทิตย์มาจากไหน? เจาะลึกรังสี 3 ชนิดที่เจ้าของบ้านและรถต้องรู้ (ตอนที่ 1)

เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมเวลาเรานั่งใกล้หน้าต่างหรืออยู่ในรถที่จอดกลางแดด ถึงรู้สึกร้อนระอุเหมือนถูกอบ? ความร้อนเหล่านั้นไม่ได้มาจากอากาศเพียงอย่างเดียว แต่มาจาก “รังสีดวงอาทิตย์” ที่ส่องผ่านกระจกเข้ามา วันนี้ ATSYS จะพาไปทำความรู้จักกับส่วนประกอบของแสงแดด เพื่อให้คุณเลือกวิธีป้องกันความร้อนได้อย่างตรงจุดครับ

โครงสร้างของแสงแดด: 3 ตัวการหลักที่นำพาความร้อน

แสงอาทิตย์ที่ส่องลงมายังโลก ประกอบด้วยรังสี 3 ชนิดหลักๆ ที่ส่งผลต่อความรู้สึกร้อนและสุขภาพของเราในสัดส่วนที่ต่างกัน ดังนี้:

1. รังสีอินฟราเรด (Infrared – IR) | สัดส่วนความร้อน 53%

นี่คือ “ตัวการหลัก” ที่ทำให้เรารู้สึกร้อนวูบวาบ รังสีอินฟราเรดมีความยาวคลื่นที่ยาวกว่าแสงที่ตามองเห็น แม้เราจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่มันนำพาพลังงานความร้อนมาสู่ผิวหนังและสิ่งก่อสร้างสูงที่สุด

  • คำแนะนำ: หากต้องการลดความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ ควรเลือกฟิล์มหรือกระจกที่มีค่าการสะท้อนหรือป้องกันรังสี IR สูงๆ

2. แสงที่ตามองเห็น (Visible Light – VL) | สัดส่วนความร้อน 44%

คือแสงสว่างที่ช่วยให้เรามองเห็นสิ่งรอบตัว หากแสงสว่างส่องเข้ามามากเกินไป นอกจากจะเกิดความร้อนสะสมแล้ว ยังทำให้เกิด “แสงจ้า” (Glare) ที่รบกวนสายตาอีกด้วย

  • คำแนะนำ: การเลือกฟิล์มที่มีความเข้ม (เช่น ฟิล์ม 60% หรือ 80%) จะช่วยลดแสงสว่างและลดความร้อนในส่วนนี้ได้

3. รังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet – UV) | สัดส่วนความร้อน 3%

แม้จะมีสัดส่วนความร้อนเพียงเล็กน้อย แต่รังสี UV คือตัวอันตรายที่สุดต่อสุขภาพและทรัพย์สิน เพราะเป็นสาเหตุหลักของผิวหมองคล้ำ มะเร็งผิวหนัง รวมถึงทำให้เฟอร์นิเจอร์ เบาะรถยนต์ หรือของตกแต่งบ้านสีซีดจางและกรอบแตก

  • คำแนะนำ: มาตรฐานฟิล์มกรองแสงในปัจจุบันควรป้องกันรังสี UV ได้ 99% ขึ้นไป


สรุป: ทำไมเราถึงต้องรู้เรื่องรังสี?

การเข้าใจสัดส่วนความร้อนจะช่วยให้คุณ “เลือกฟิล์มกรองแสงหรือกระจกนิรภัย” ได้อย่างคุ้มค่า บางคนเลือกฟิล์มที่มืดสนิท (ลด VL) แต่กลับไม่กันรังสีอินฟราเรด (IR) ผลที่ได้คือห้องมืดแต่ยังร้อนเหมือนเดิม

ในตอนหน้า เราจะมาเจาะลึกกันต่อถึง “กลไกการเดินทางของความร้อน” ว่ามันผ่านกระจกเข้ามาในบ้านหรือรถของเราได้อย่างไร อย่าพลาดนะครับ!

บทความอื่นๆ

กระจก Low-E คืออะไร? ข้อดี–ข้อจำกัดที่ควรรู้ ก่อนเลือกใช้ในบ้านและอาคาร

กระจก Low-E คืออะไร? ข้อดี–ข้อจำกัดที่ควรรู้ ก่อนเลือกใช้ในบ้านและอาคาร กระจก Low-E หรือ กระจกโลวอี (Low Emissivity Glass) ไม่ใช่นวัตกรรมใหม่อย่างที่หลายคนเข้าใจ จริง ๆ แล้วกระจกชนิดนี้ถูกใช้งานมานานกว่า 30 ปี โดยได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศเขตหนาว เนื่องจากช่วย

อ่านต่อ →

ทำไมกระจกถึงแตกเอง? เจาะลึก 8 สาเหตุและลักษณะรอยแตกที่บอกต้นตอของปัญหา

ทำไมกระจกถึงแตกเอง? เจาะลึก 8 สาเหตุและลักษณะรอยแตกที่บอกต้นตอของปัญหา หลายครั้งที่เราพบว่ากระจกแตกโดยไม่ได้ถูกใครขว้างปาหรือกระแทก การเข้าใจลักษณะรอยแตก (Fracture Pattern) จะช่วยให้เราหาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำได้ครับ 1. การแตกจากความเครียดความร้อน (Stress Cracks) ลักษณะ: มักเริ่มจากขอบกระจก เป็นเส้นยาวตรงหรือโค้งเล็กน้อยโดยไม่มีจุดกระแทก สาเหตุ: เกิดจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน หรือการระบายความร้อนไม่สม่ำเสมอ เช่น

อ่านต่อ →

ติดฟิล์มแล้วกระจกร้อนขึ้น แปลว่าฟิล์มไม่ดีจริงหรือ? ไขความลับที่หลายคนเข้าใจผิด!

ทำไมผิวกระจกที่ติดฟิล์มกรองแสง ถึงรู้สึกร้อนกว่ากระจกที่ไม่ติด “ทำไมติดฟิล์มแล้วกระจกร้อนกว่าเดิม?” นี่คือคำถามยอดฮิตที่สร้างความตกใจให้เจ้าของบ้านและคนรักรถมานักต่อนัก จนบางคนถึงขั้นชี้นิ้วบอกว่าฟิล์มที่ติดไปนั้นคุณภาพต่ำแน่ๆ! แต่รู้ไหมครับ… ความจริงกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง! วันนี้ ATSYS จะมาเฉลยว่าทำไม “กระจกยิ่งร้อน ห้องยิ่งเย็น” ###   1. หน้าที่ของฟิล์มคือ “โล่” ไม่ใช่ “แอร์” ต้องเข้าใจก่อนครับว่าฟิล์มกรองแสงไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้

อ่านต่อ →